หลังจากที่ผมได้สำลักฝุ่นในห้องจนต่อมทอนซิลโต ห้องก็สะอาดสะอ้านสมบูรณ์แบบ เป็นอันเสร็จเรียบร้อยซะที พี่ปุ่นที่เป็นลูกมือให้ก็มีสภาพที่ไม่ต่างกันนัก พี่เค้าเลยขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน ส่วนผมก็เหมือนกันครับแต่อยู่ในห้องนอน หลังจากที่เสร็จเรียบร้อยได้ไม่นานก็มีเสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้น หน้าจอโชว์ว่าเป็นเบอร์ของไอ้คุณเฟม

 

มีไรให้รับใช้ครับไอ้คุณเฟม

 

ทักทายปลายสายอย่างสุภาพที่สุดแล้วครับ ฮ่าๆ

 

เชี้ยตั๋น มึงอยู่บ้านเปล่าวะ

 

ดูมันครับ

 

เออ

 

ดีดี อย่าไปไหนนะมรึง กูมีเรื่องจะคุยด้วย

 

หวังว่าจะไม่ยืมตังกูนะมึง ฮึ่ยๆๆๆ ตอนนี้กำลังช๊อตครับ ยังไม่ทันจะตอบไอ้เพื่อนเฟมกดตัดสายไปซะก่อน ไม่ปล่อยให้เจ้าของบ้านอย่างผมได้แสดงความเห็นใดๆ หลังจากวางสายผมก็ลงมาข้างล่างกะจะดูทีวีรอน้องอินที่ไปเก็บของที่หอกับพี่ทิว แต่ยังไม่ทันจะกดรีโมทเปิดโทรทัศน์ก็ได้ยินเสียงมอไซมาจอดที่หน้าบ้านซะแล้ว ผมเดินออกไปดูก็เห็นไอ้เฟมตามคาดหมายไว้และไอ้จิ๊บที่ซ้อนท้ายมา ไอ้คนขับถอดหมวกกันน๊อคออกพร้อมทำหน้าดูหัวเสียหน่อยๆ

 

เป็นไรวะเฟม เจอพ่อมึงตั้งด่านหรอ ทำหน้าเหมือนโดนจับใบขับขี่

 

พูดแซวมันเล็กน้อยครับ

 

มึงไม่ให้กูอารมณ์เสียได้ไง พึ่งเจอรถยนต์ขับปาดหน้ามานี่หว่า แมร่งเกือบหัวทิ่ม ดีนะเนี่ยไอ้เฟมมันเบรกทัน

 

ไอ้จิ๊บเข้ามาฟ้องครับ โหคดีใหญ่ซะด้วย ฮ่าๆๆ

 

เห็นกูเป็นมอไซแล้วจะขับไงก็ได้หรอวะ แมร่งจะซิวล้อหน้ากูอยู่แล้ว ขอโทษไม่มีซักคำ ไม่รู้รีบไปไล่ควายที่ไหน

 

ใจเย็น เข้าไปสงบสติในบ้านกูก่อนไม๊ ตรงนี้มันร้อน

 

หลังจากที่ไอ้จิ๊บให้ปากคำไอ้เฟมก็เข้ามาผสมโรงต่อ ถ้าผมไม่เบรกไว้ซะก่อนเฟมมันคงของขึ้นไม่ยอมลงแน่ๆ พอเข้าไปในบ้านพวกมันก็ยังไม่วายเล่าเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆให้ฟังอีก ท่าทางจะเจ็บใจน่าดู พี่ปุ่นที่อยู่ในครัวก็ออกมาดูนึกว่ามีม๊อบมาตั้งหน้าบ้าน เสียงโหวกเหวกโวยวายเหลือเกิน พอไอ้พวกเจ้าทุกข์เจอพี่ปุ่นก็เงียบกริบ สงสัยนึกอายขึ้นมา

 

พี่ปุ่นอยู่ก็ไม่บอกกู

 

ไอ้จิ๊บเข้ามากระซิบกระซาบ อ้าวนี่กูผิดหรอเนี่ย มึงเข้ามาก็พูดอยู่ฝ่ายเดียว จะให้กูพูดตอนไหนวะ ผมนึกขำมันในใจอยู่เหมือนกันนะ ไอ้จิ๊บเอ๊ยโก๊ะได้ทุกงาน

 

ระบายเต็มที่เลยครับไม่ต้องอาย

 

พี่ปุ่นพูดแบบยิ้มๆแล้วเดินออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอกบ้าน ก็ในบ้านมันเสียงดังหนิครับ พอพี่ปุนออกไปแล้วพวกมันก็หยุดโวยครับ ไอ้เฟมก็เปิดทีวีดูส่วนจิ๊บก็เดินเข้าไปในครัว ผมก็ชักจะงงว่าไอ้เฟมมันมีเรื่องอะไรจะคุยกับผม ทำไมไม่เห็นจะเข้าเรื่องซะที

 

แมร่งตู้เย็นมึงโดนยกเค้าไงวะ ไม่เห็นมีไรเลย มีแต่น้ำเปล่า

 

ไอ้จิ๊บโวยวายเสียงดัง ดูมันครับ ทำอย่างกับบ้านตัวเอง

 

ฟาย มึงก็รู้ว่ากูไม่กินข้าวที่บ้าน มีน้ำให้แดกก็บุญแล้ว

 

ผมตอบกลับ ชีวิตผมตั้งแต่เลิกกับแฟนก็ไม่ค่อยได้กินข้าวที่บ้านครับ ตู้เย็นเลยไม่ได้ทำงานหนักเท่าที่ควร ส่วนน้ำที่อยู่ในตู้ตอนนี้ก็เป็นฝีมือเจ้าอินที่อุตส่าห์กรอกน้ำเข้าตู้ให้ ส่วนมากผมก็จะไปฝากท้องฝากไส้ที่ร้านอาหารนอกบ้าน สะดวกดีนะ นานๆทีจะซื้ออะไรเข้าบ้าน ก็ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่ครับ

 

คุณเฟม มึงมีไรจะพูดกับกูไม่ใช่หรอ

 

ผมนั่งลงที่โซฟาข้างๆไอ้เฟม แล้วหันไปดูน้องอ้อยในทีวีแต่ปากก็ถามมัน ในระหว่างที่น้องอ้อยกำลังโชว์ตัวไม่มีเสียงตอบรับจากไอ้เฟมจนพักโฆษณามันจึงได้ฤกษ์หันมาตอบ

 

แมร่งxชิปหาย เหอๆๆ

 

พูดแล้วทำหน้าหื่นๆ เพื่อนกู ผมทำหน้าไม่สบอารมณ์มัน ถามแล้วไม่ตอบเดี๋ยวเหอะมึง

 

คอมกูพัง จะมาขอยืมหน่อย ทำงานส่งเนี่ย

 

มันพูดพร้อมกับยื่นเอกสารมาให้ดูเป็นหลักฐาน ผมก็พะยักหน้าโอเค ผ่าน เหตุผลมีน้ำหนักใช้ได้ครับ

 

ตั๋นมึงดูคลิปเมียเก่ามึงยัง

 

ไอ้จิ๊บเจ้าเก่า พูดแบบนี้เปรี้ยวตรีนนะมึง ผมมองหน้าอารมณ์จะพ่นไฟใส่มันให้ได้ พูดงี้ได้ไงเนี่ย เดี๋ยวหมาในปากมึงได้แดกตีนกู

 

เอี้ยจิ๊บ มึงเงียบซัก 5 นาทีได้ไม๊ เพื่องานกูอะ มึงทำเพื่อกูแค่นี้ไม่ได้หรอ

 

ไอ้เฟมเห็นเหตุการณ์ไม่สู้ดีนัก กลัวว่าตนจะเสียผลประโยชน์ มันพูดแกมจริงแกมขำไป พร้อมเอามือปิดปากไอ้จิ๊บไว้ ไอ้จิ๊บมันก็งี้ครับพูดไม่คิด ผมก็ไม่ถือสาอะไรมันหรอก แต่อย่ามีรอบสองนะมึง กูเอาตายแน่

 

 

ซักพักผมก็เห็นพี่ทิวเดินถือเสบียงพะรุงพะรังมาเต็มไม้เต็มมือเลยเดินไปกะช่วยถือ อิอิ ทำดีหวังผลครับ

 

โห ซื้ออะไรมาเยอะเชียว ขอบคุณนะพี่

 

นี่ฟรีใช่ไม๊ครับพี่ เอิ้กๆ

 

น้องแกขาเดี้ยงอยู่ในรถโน่น ไปช่วยพยุงน้องดีกว่า

 

ผมทำหน้าตกใจเล็กน้อย โหถึงกับขาเดี้ยงเลยหรอเนี่ย ไปทำอะไรมาครับน้อง เฉิ่มจริงๆน้องผม

 

เดินไปที่รถพี่ทิวก็เห็นน้องทำหน้าเน่ากำลังเปิดประตูรถพอดี 

 

เป็นไง ถูกหวยแล้วหรอครับ

 

พูดเป็นเชิงแสดงความยินดีเล็กน้อย น้องอินมองหน้าผมแบบมีเคือง สงสัยแอบด่าอยู่ในใจแน่เลย ผมมองไปที่ขาน้องแล้วนึกเหนื่อยขึ้นมา ขาน้องดูบวมเป่งท่าทางจะเดินไม่ไหวแน่ๆเลยถามออกไปด้วยความเป็นห่วง

 

แล้วเดินไหวไม๊เนี่ย ให้พี่ทิวมาอุ้มไม๊

 

ไหว

 

น้องอินตอบกลับอย่างไว แล้วประคองตัวเองลงรถจากนั้นก็พยายามฝืนสังขารเดินไปให้ได้ แต่บวมเป๋งขนาดนั้นจะรอดหรอครับ เฮ้อ ดื้อจริงๆ

 

น่านๆ เดินไม่ไหวก็ยังจะดื้ออีก มานี่มา

 

พูดแล้วก็เข้ามากะช่วยพยุงแต่คนไข้ขาเดี้ยงก็พยายามปัดมือผมออก อวดเก่งนักงั้นเดินเองเลย ผมไม่รั้งน้องไว้ปล่อยให้เดินเอง น้องก้าวไปได้แค่ก้าวเดียวก็ล้มก้นกระแทกพื้นร้องเสียงหลงเลย ฮ่าๆ สะใจ ผมหัวเราะเยาะน้องเบาๆเพราะไม่อยากให้เธอเสียใจมากนัก อันที่จริงพยายามจะไม่หัวเราะนะครับแต่อดไม่ได้จริงๆ ดูสิครับคนน่ารักทำหน้ายู่

 

เป็นไงหละ อวดเก่งนัก

 

ผมแซว คุณน้องเธอหันมาค้อนให้แล้วก็พยายามฝืนสังขารลุกขึ้นให้ได้ เอาอีกแล้วเดี๋ยวก็ได้ก้นเดี้ยง เห็นดังนั้นผมเลยเข้าไปช้อนตัวน้องทำอุ้มเหมือนกับเป็นคาวีฉุดนรินทร์ยังไงอย่างนั้น คุณน้องทำหน้าเหลอหลาครับ เชื่อไม๊คุณผู้อ่านเห็นตัวเล็กๆหน้าหวานๆแบบนี้ตัวหนักใช่ย่อยเลยจริงๆ ไอ้เราก็ใช่จะมีเรี่ยวมีแรงที่ไหน หนักจังเลยน้องอินไปกินไรมาเนี่ย

 

ถ้าไม่อยากไปกองอยู่ที่พื้นก็อย่าดิ้นนะ

 

ต้องมีขู่ซะหน่อยครับ ตัวหนักๆแบบนี้ตกไปกองที่พื้นได้ไม่ยาก คุณน้องก็ดูเชื่อฟังดีหลับตาตัวแข็งทื่อเลย พออุ้มมาถึงโซฟาคุณน้องเธอไม่ยอมปล่อยมือครับเธอรั้งเสื้อผมไว้ซะแน่นสงสัยจะกลัวตก

 

อ้าวน้องอิน จะปล่อยไม๊เนี่ย พี่หนักแล้วนะ

 

คุณน้องทำหน้าเหลอหลาอีกแล้ว อะบะจะฮึ่ย หนักครับ หนัก! ผมจัดแจงให้น้องนั่งอยู่นิ่งๆแล้วไปเอายามาทาให้ พี่ทิวพอเห็นพี่ปุ่นก็เข้าไปออเซาะให้พี่ปุนเรียกขวัญ(อยู่นอกบ้านนะ)ทำเหมือนเด็กๆ ในระหว่างที่นวดไปนั้นทุกๆคนต่างก็ถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกันยกใหญ่ โดยเฉพาะไอ้จิ๊บที่ดูจะสนใจเป็นพิเศษ เรื่องเสี่ยงโชคนี่อยู่คู่ชาวไทยตราบนานเท่านานจริงๆนะ ทั้งๆที่โอกาสที่จะได้มันมีน้อยเหลือเกิน ผมก็เคยซื้อหวยนะ เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยตอนนั้นผมอยู่ม.4 นึกสนุกอย่างลองแทงหวยบ้างอยากมีตังเก็บอะครับ สุดท้ายผมก็ถูก ถูกกินนะครับ ตอนนั้นก็คิดเลยว่าจะไม่เอาอีกแล้วเสียตังฟรี เงินที่ซื้อไปก็คิดซะว่าทำบุญทำทานเป็นทุนการศึกษาให้เด็กยากไร้

 

คราวหน้าคราวหลังก็รู้จักขอเลขเด็ดมาด้วย อุตส่าห์โดนหลอกทั้งที เข้าใจไม๊

 

สั่งสอนน้องครับ ทำอะไรอย่าให้ขาดทุน พอคุณน้องได้ยินก็หน้างอขึ้นมาเลย

 

พี่ตั๋นลองมาโดนเองไม๊หละ

 

น้ำเสียงคุณน้องเหมือนจะไม่พอใจเท่าไหร่ สงสัยไม่ขำครับ

 

ขอผีผู้หญิงนะ ฮ่าๆๆๆ

 

ผมพูดกะจะให้น้องอารมณ์ดีขึ้นมา แต่คุณน้องก็ยังทำหน้างอเหมือนเดิม เอ้อๆเจริญจริง แค่แหย่เล่นเอง ทำไมเป็นคนโมโหง่ายแบบนี้เนี่ย คุณน้อง พี่เอาใจไม่เป็นถูกนะครับ ขอบอก

 

 

 

 

 

ผมเดินหาวหวอดๆเดินลงบันไดมาหาอะไรกินหลังจากที่ตื่น วันนี้มันเหนื่อยๆ เนือยๆยังไงบอกไม่ถูกครับ พอกินข้าวเที่ยงอิ่มๆหนังตาก็ตกครับเลยไปงีบในห้อง แต่เพราะเหนื่อยมากๆหลับหัวจะจมหมอนอยู่แล้วพอตื่นอีกทีก็สามทุ่มเลยครับ ตอนนี้หิวมากๆ เดินลงมาก็มาเจอไอ้เฟมนั่งอยู่หน้าคอมแล้วก็ไอ้จิ๊บที่กำลังสุมหัวกับไอ้เฟมอยู่ ท่าทางไม่ค่อยเหมือนทำงานส่งอาจารย์เท่าไหร่

 

พวกมึงดูอะไรวะ

 

ผมถามแบบไม่ใส่ใจเท่าไหร่ แต่พวกมันกลับสะดุ้งครับ ทำตัวมีพิรุธจริงๆ

 

เฮ้ยๆ แอบดูคลิปน้องอ้อยแล้วไม่ชวนกูหรอ

 

เปล่า กูกำลังดูข่าวประกวดดาวเดือนว้อย ตั๋นมึงมาดูความเลยร้ายของคณะเรา แมร่งหน้าตาแบบนี้จะเอาไปแข่งคณะอื่น โอ้วไม่นะ

 

ไอ้จิ๊บกล่าว เหอๆๆๆ มึงก็ว่าน้องเค้าซะ ดูให้ดีๆน้องเค้าก็น่ารักดีนะเว้ย อาจจะต้องเพ่งนานหน่อยแค่นั้นเอง ไม่งั้นคะแนนโหวดจะนำโด่งขนาดนี้หรอวะ เหอๆๆๆ ผมนึกขำในใจ

 

กูว่าส่งน้องอินไปยังจะดูมีลุ้นกว่านี้อีก……   เอ้อ ทำไมมึงไม่พาน้องไปสมัครวะ ยังพอมีเวลานะว้อย มีน้องเป็นดาว แมร่งน่าอิจฉาเป็นบ้า

 

ไอ้เฟมกล่าว.....  เอี๊ยด! ไอ้อินเนี่ยนะ ไม่เอาหรอกครับ เดี๋ยวมันไปทำอะไรเฉิ่มๆ ขายหน้ามาถึงพี่รหัสได้ อายครับ พอพูดถึงไอ้อิน ผมก็พึ่งรู้สึกตัวว่ายังไม่เห็นหน้าน้องเลยตั้งแต่ตื่น หันมองไปรอบๆตัวก็ไม่เห็นเงาแต่อย่างใด

"น้องกูไปไหนวะ เห็นบั้งไม๊"

"เห็นเพื่อนมารับตั้งแต่ตอนบ่ายๆแล้ว"

ไอ้จิ๊บตอบ

“เพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย”

“ผู้หญิงหวะแต่เหมือนจะเบี่ยงๆหน่อย เหมือนมึงอะ”

ไอ้ตั๋นกลืนน้ำลายอึกใหญ่สภาพกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก มึงแน่ใจนะจิ๊บว่าเป็นเพื่อน ผมมองหน้าจิ๊บแบบมีคำถาม มันก็ส่ายหัวแบบกูก็ไม่รู้หวะ เอาแล้วไงครับ จะว่าไปผมเองก็ไม่เคยถามเรื่องส่วนตัวน้องเลย แย่จริงๆมึงหนิ แต่เท่าที่ผมรู้ก็คือน้องเค้าไม่ใช่คนแถวนี้แน่ๆครับ

"ไปไหนวะ"

"กูจะรู้หรอ กูไม่ใช่พี่รหัสน้องอินนี่หว่า"

ดูมันพูดกระแทกจิตใจผมครับ น่าตื๊บจริงๆ ผมมองหน้าไอ้จิ๊บอารมณ์แบบไม่ฮา

"แต่เห็นหอบเสื้อผ้าไปด้วยนะมึง มีชุดนักศึกษาด้วย"

ไอ้เฟมหยอด ตาก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่หน้าจอคอม

"เห็นน้องมึงดูไม่พอใจมึงอย่างแรงตั้งแต่เช้าแล้วนี่ หนีไปอยู่กับเพื่อนแล้วมั้ง"

เชี้ยจิ๊บพูดแล้วก็มองหน้าผมเหมือนต้องการจับพิรุธ มองหาป๊ามึงหรอ ไอ้เวง ผมทำเป็นไม่สนใจอะไรเดินไปหยิบมือถือแล้วทำเป็นเช็คข้อความดูในระหว่างนั้นก็เดินไปหาอะไรกินในครัวด้วยเพื่อไม่ให้พวกมันรู้ว่าผมแอบห่วงน้องอยู่ไม่น้อย มึงนะมึงไอ้ตั๋น เล่นอะไรไม่รู่จักดูหน้าดูหลัง นี่ถ้าพี่ทิวรู้โดนเทศหูชาแน่เลย

 

อินนะอินทำไมไม่เปิดเครื่องหละเนี่ย ผมคิดในใจเมื่อโทรไปแล้วไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขท่านเรียก เดินวนไปวนมาอยู่พักใหญ่ก็ตัดสินใจโทรหาพี่ทิว

 

"พี่ปุ่นครับ ตอนบ่ายๆมีคนมารับน้องอินรึเปล่า"

เมื่อผมโทรไปพี่ปุ่นเป็นคนรับสายครับ ดีเหมือนกันเดี๋ยวพี่ทิวจะร่ายยาวว่าผมไม่สนใจน้องบ้างหละ ปล่อยปะละเลยบ้างหละ อาจลามปามไปถึงเรื่องไหนต่อไหน เวียนหัวตายพอดี เลยไม่ขอสายพี่ทิวดีกว่า และที่ถามพี่ปุ่นไปนั้นก็เพื่อเช็คดูอีกทีว่าไอ้สองตัวไม่ได้โกหกให้ผมใจหายเล่นๆ

"อื้ม ทำไมมีอะไรรึเปล่า น้องไม่ได้บอกหรอ"

พี่ปุ่นตั้งข้อสงสัย หงะพี่ครับ ถ้าน้องมันบอกผมจะโทรถามให้เสียตังเล่นทำไมหละเนี่ย ปั๊ดโธ่ ถามไม่คิด อุตส่าห์สอบตรงเข้าเภสัชได้ คะแนนก็น้องๆเกียรตินิยม จะบอกว่าเค้าเก่งอะครับประมาณนั้น

"ไม่อะครับ แล้วน้องได้หอบเสื้อผ้าแล้วก็พวกชุดนักศึกษาไปด้วยเปล่าครับ"

"ก็เห็นอยู่นะ"

พี่ปุ่นตอบแต่ก็ไม่ได้คาดคั้นอะไรต่อเพราะผมรีบพูดวางสายซะก่อน และยังไม่ลืมย้ำให้พี่ปุ่นห้ามบอกพี่ทิว ผมเดินไปนั่งที่โซฟาแบบว่าทิ้งตัวลงแรงๆ อารมณ์คนหมดแรงอะครับ ตายๆๆๆกูตายแน่ๆเลย น้องก็ปิดเครื่องแถมพี่ปุ่นยังคอนเฟิมมาอีก ถ้าทางน้องมันจะโกรธจริงแล้ว

 

"มึง เมื่อเช้ากูพูดอะไรออกไปบ้างวะ"

ผมหันไปถามไอ้จิ๊บและเฟมเสียงหงอยๆ พวกมันละจากการสุมหัวอยู่หน้าคอมแล้วหันมาให้ความสนใจผมแทน ไอ้เฟมลุกจากเก้าอี้มานั่งข้างๆแล้วตบไหล่ผมเบาๆ

"อย่าเศร้าดิวะ น้องก็คงไปค้างแค่วันสองวันแหละ อยู่ได้ไม่นานหรอกเชื่อกู ข้าวของก็อยู่ที่นี่อีกตั้งเยอะ เดี๋ยวซักหน่อยก็ต้องกลับมา"

โห ซึ้ง ไอ้เพื่อนเฟม เพื่อนรัก มึงช่างงงงง ผมมองหน้าไอ้เฟมแบบเป็นปลื้มมมมมมมแล้วโผเข้ากอดมัน ง่าๆๆๆซึ้งครับ

"ขนของที่เหลือไปอยู่กับเพื่อนถาวร ก๊ากๆส์"

"ไอ้เวง"

ผมผลักไอ้เพื่อนเวงออก ไอ้ฟาย มึงช่างงงงง....เอี้ย หลอกกูให้ตายใจหลงกลคำพูดแสนสวยงาม วาดภาพซะขึ้นสวรรค์แล้วก็ฉุดกูให้ตกนรก อุตส่าห์ชมอยู่แหม็บๆ แค้นครับแค้น

ตอนนี้เป็นห่วงน้องมากๆเลย เพื่อนที่ไหนกันนะ ไว้ใจได้แค่ไหนกันน้อ นั่งนิ่งคิดอะไรไปฟุ้งซ่านให้เสียสุขภาพจิตเล่นๆก็นึกวนไปถึงเรื่องของเหมย แต่ตอนนี้ไม่มีเวลามานึกถึงเรื่องคนอื่นแล้วครับ นี่ถ้าสามทุ่มครึ่งแล้วยังไม่รู้ว่าน้องอยู่ไหนเห็นทีต้องออกตามหาแล้วแหละครับ ไอ้ตั๋นนั่งหน้านิ่วอยู่นานมองนาฬิกาที่ฝาผนังสลับกับมองมือถืออยู่พักใหญ่ก็ลุกฮือขึ้น เดินไปหยิบกุญแจรถเตรียมจะออกไปตระเวนหาน้อง ไอ้เพื่อนสองตัวพอเห็นผมท่าทางจะคลุ้มคลั่งก็ตกใจ

"มึงจะไปไหนหนะ"

จิ๊บถาม

"ตามหาน้อง"

ผมตอบสั้นๆแล้วรีบไปที่รถ แต่รถสตาร์ทไม่ติด ชำเลืองดูที่หน้าปัดก็พบว่า น้ำมันหมด ปั๊ดโธ่ จะหมดอาไรตอนเน้เนี่ย

 

"เฮ้ยเฟม ยืมรถหน่อย"

ไอ้เพื่อนสองตัวทำหน้าเป็นหมางง

"เดี๋ยวก่อนไอ้ตั๋น ใจเย็นๆก่อนดิ"

ไอ้เฟมพูดเบกและยังไม่ส่งกุญแจมาให้ จะให้กูเย็นได้ไง ตั้งแต่บ่ายจนสามทุ่งครึ่งจะสี่ทุ่มแล้ว น้องยังไม่กลับมาอีก ไปไหนก็ไม่ยอมบอก ถึงผมจะรู้จักกับน้องได้แค่สองวันแต่ผมก็เป็นห่วงน้องจริงๆนะครับ ขาที่เดี้ยงอยู่ก็ยังไม่หายดีเลย

"กูเย็นไม่ไหวแล้วเฟม นี่ดึกแล้วนะเว้ย ไปไหนก็น่าจะบอกกันก่อนดิวะ ทำแบบนี้กูก็ห่วงเป็นนะเว้ย"

"แล้วมึงจะไปหาที่ไหน มึงรู้จักน้องดีพอแล้วหรอ มึงรู้หรอว่าน้องมีเพื่อนที่ไหนบ้าง ใจเย็นดิมึงจะร้อนไปไหน"

เฟมพยายามรั้งเพื่อนไว้ ก่อนที่เลือดบ้าจะพุ่งพ่านไปมากกว่านี้ ตั๋นนิ่งคิดซักพักก็รู้สึกสำนึกได้

"แล้วมึงจะให้กูทำไง ให้กูนั่งรออยู่นี่หรอ น้องรหัสกูทั้งคนนะว้อย"

ไอ้เฟมถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นว่าไอ้ตั๋นมันเย็นขึ้นแล้ว ก็คิดๆดูแล้วเหตุผลมันก็ใช้ได้ครับ ผมเองก็ไม่รู้จะไปตามน้องที่ไหนดี แต่ถ้าจะให้นั่งรอนอนรออยู่นี้ก็คงไม่ไหวหรอกนะครับถึงจะไปกับเพื่อนก็เหอะคนที่ผมไม่รู้จักสำหรับผมถือว่าเป็นคนแปลกหน้าทั้งนั้น แล้วเพื่อนทอมที่น้องผมไปด้วยเนี่ยก็น่าไว้ใจได้ซะที่ไหน ถ้าผมยังไม่รู้จักมักคุ้นด้วยถึงจะเป็นเพื่อนสนิทขนาดไหนก็ไม่ไว้ใจอยู่ดีครับ แล้วอีกอย่างนึงทอมมันเหมือนผู้หญิงที่ไหนหละครับ หงะพูดไปก็เข้าตัวเอง เอาเป็นว่าผมเป็นห่วงน้องแล้วกัน ฝนฟ้าก็เริ่มตั้งเค้ามาแล้วท่าทางจะพายุเข้าลมพัดซะผ้าม่านแทบจะหลุด เสียงสัตว์ที่โผล่มาจากการจำศีลก็ร้องเซ็งแซ่ น่าจับไปผัดเผ็ด แฮ่ๆ ผมก็ชะโงกหน้าดูที่ประตูเผื่อจะเห็นน้องมาบ้าง ตอนนี้ก็วาดความหวังอะไรไม่ได้เลยครับ ได้แต่รอหละเน้อ รอ รอ รอ ถึงตรงนี้แนะนำให้เปิดเพลง รออยู่ตรงนี้ของHum ฟังคลอๆไปด้วยนะครับ ฮ่าๆๆๆ คือผมชอบฟังไง

 

 

 

 

 

เปรี๊ยง!!! (เสียงฟ้าผ่า)

 

"กรี๊ด...........โอ๊ยยยยยย"

 

ผมรีบวิ่งไปที่ประตูหน้าบ้านตามเสียงกรี๊ดแล้วก็เจอน้องอินสภาพล้มไม่เป็นท่า ผมไม่พูดอะไรมาก รีบเข้าไปพะยุงตัวน้องแล้วพาเข้ามาในบ้าน จากนั้นก็เริ่มสอบสวน

 

 

ผมเริ่มซักไซร้ไล่เรียงน้องเริ่มตั้งแต่ก้าวออกจากบ้านจนกระทั่งมาอยู่หน้าบ้านตั้งแต่ตอนไหน ในใจตอนนี้จะว่าดีใจก็ดีนะครับ จะว่าโกรธก็โกรธ สับสนบอกไม่ถูก

"อินแค่เอาชุดไปให้ติ่มเฉยๆ ติ่มเค้าลืมไว้ตอนมานอนเป็นเพื่อนอินที่หอเก่า"

"โกรธหวะ ไปไหนก็ไม่บอก เค้าโตแล้วไงเฟม กูมันแค่พี่รหัสมีสิทธิอะไรไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตเค้า ใช่ไม๊”

สาบานได้ว่าผมพูดกับไอ้เฟรมจริงๆ แต่เหมือนจะกระแทกใครแถวนั้น งอนบ้างครับคราวนี้ ทีใครทีมัน พูดเสร็จผมก็ไม่รอให้ไอ้เฟมเทศเพราะผมรู้ว่ามันต้องไม่เห็นด้วยกับผมแน่ๆ เหตุฉะนี้ผมเลยรีบชิ่งขึ้นไปห้องนอนซะก่อน ปล่อยให้ไอ้เฟมกัดฟันหมั่นไส้ไอ้ตั๋นที่ฟอร์มจัดเหลือเกิน ไอ้เฟมมันเป็นลูกชายคนโตของบ้านครับทำให้มันนิสัยเป็นผู้ใหญ่ เป็นคนมีความคิด รู้ผิดชอบชั่วดี แต่ถึงกระนั้นมันก็คบผมกับไอ้จิ๊บมาได้ตั้งปีกว่าๆ ส่วนไอ้จิ๊บมันเป็นลูกสาวคนเล็กครับนิสัยแมนเป็นบ้าแต่ว่ามันเป็นผู้หญิงจริงๆนะครับ ผมการันตีได้ ถึงมันจะทำตัวไม่เป็นแม่หญิงเอาซะเลยก็เหอะ ที่สำคัญนิดนึงพี่ชายมันสวยมาก ฮ่าๆๆๆ สวยจริงๆนะ แบบว่าน้องๆปอยเลยอะคิดดู ด้วยเหตุนี้มั้งมันเลยอยากทำตัวเป็นลูกชายให้แม่ชื่นใจ ฮ่าๆๆๆ แต่ผมมันเป็นลูกคนเดียวครับถ้าไม่รวมพี่น้องต่างบิดาและมารดา ตอนนี้แม่ผมกำลังมีน้องกับพ่อใหม่ฮะ จะว่าดีใจก็ดีใจนะแต่จะว่าเสียใจก็ยอมรับครับว่าแอบเศร้าอยู่เหมือนกัน  แม่กับพ่อแท้ๆของผมแยกทางกันตอนผมอยู่ม.6 และผมก็อยู่ที่นี่บ้านหลังนี้คนเดียวตั้งแต่นั้นมา ผมไม่ได้ติดต่อกับพ่อเลย ส่วนแม่ก็ติดต่ออยู่ไม่ขาดครับ ผมรักแม่มากแม่ไปอยู่เกาหลีใต้กับพ่อใหม่ พ่อใหม่เค้าเป็นคนที่นั่นครับแล้วเค้าก็มีลูกติดด้วยนะอายุก็น้อยอยู่เหมือนกัน ปีนี้ก็คงซัก12ปี เป็นเด็กผู้ชายครับ ผมเคยเจอหน้าอยู่เหมือนกันตอนวันแต่งงานของแม่ มันเป็นเด็กที่ดื้อมากๆเลยครับ พูดตรงๆว่าไม่ค่อยถูกชะตากับมันเลย ไอ้เด็กเดนนี่มันเคยถามผมด้วยว่าผมเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ผมเลยตอบมันไปว่าไม่ใช่ทั้งสอง ฮ่าๆๆๆมันทำหน้าอึ้งหงะครับอารมณ์ควายงง แล้วมันก็ไม่กล้าถามเรื่องนี้อีก เมื่อปีก่อนที่เจอกันตอนผมไปเยี่ยมแม่ มันก็ไม่พูดไม่จาอะไรกับผมเลย แต่มันชอบมองหน้าผมนะ ผมก็ไม่สนอะครับ เกลียดมัน จบเรื่องมันดีกว่าเนาะ ว่าแล้วก็คิดถึงแม่ไม่รู้เป็นไงแล้วบ้าง ไม่รู้ว่าพอแม่มีน้องใหม่แล้วแม่จะรักผมน้อยลงรึเปล่า หลายๆคนชอบพูดหาว่าผมเป็นทอมเพราะเป็นเด็กบ้านแตก เด็กมีปัญหา คือก่อนหน้าที่พ่อกับแม่ผมจะเลิกรากันไปเนี่ยผมเองดูภายนอกแล้วก็ไม่ต่างอะไรจากเด็กสาวทั่วไป แต่ขอเถียงอย่างแรงเลยนะครับว่าที่เป็นทอมเนี่ยไม่ใช่เพราะสภาพครอบครัวที่เป็นแบบนี้แน่นอน ผมก็เป็นของผมแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ทว่ายังไม่กล้าที่จะcoming outไงครับ พออิสระมันตกมาอยู่ในมือทุกอย่างเลยกลายเป็นอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ สรุปแล้วคือ ผมไม่ใช่เด็กมีปัญหาแต่อย่างใดขอรับกระผม (พอท่านผู้อ่านอ่านมาถึงตรงนี้คงจะงงไม่น้อยใช่ไม๊หละว่าผมเป็นทอม?งั้นหรอ? ใช่ครับ) อันที่จริงผมเองก็ไม่ชอบใช้คำว่าทอมเท่าไหร่เลยนะผมว่ามันยังไงไม่รู้ แต่ก็ไม่มีคำจำกัดความคำใดที่ใช้แทนได้แล้วนิ แม่ผมก็พอรู้อยู่นะแล้วแม่ก็เข้าใจ แม่ชอบเรียกผมว่าไอ้ลูกชาย ฟังแรกๆก็จั๊กจี๊ดีเหมือนกันนะแต่หลังๆนี่ชักจะชินแล้ว ถ้าท่านผู้อ่านจะกรุณาช่วยจินตนาการว่าผมเป็นนายตั๋น ผู้ชายคนนึงที่มีหัวใจจะดีกว่านะครับ แฮ่ๆ จบแค่นี้แล้วมาต่องวดหน้านะครับ ตอนนี้งอนน้องอยู่คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการอยู่เฉยๆให้น้องมาง้อแล้ว ฮ่าๆๆๆๆ ช่วยติดตามด้วยนะครับ ไม่ต้องรักผมมาก รักน้อยๆแต่รักนานๆนะครับ (โกยRatingฉิบเป๋งไอ้ตั๋น) สุดท้ายใครใคร่อ่านก็อ่านใครไม่ใคร่อ่านก็ไม่บังคับนะครับ นานาจิตตัง ของแบบนี้มันต่างจิตต่างใจบังคับใครให้ชอบไม่ได้ ผมเข้าใจ ไปแล้วนะครับ เจอกันงวดหน้า รอผมด้วยนะอย่าลืมผมซะก่อนหละ

แล้วไอ้ตั๋นตัวแสบก็นอนตัวขดตัวงอหน้ายู่เพราะความหิวอยู่บนเตียงอย่างเดียวดาย ฮ่าๆๆๆสมน้ำหน้ามัน ไม่นานก็ผล็อยหลับไปอย่างไม่มีความสุขนักพร้อมเสียงร้องจ๊อกๆของท้องไส้ ...

 

 

====================================================

มากราบลาเจ้าคร่า

 พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ  ฮ่าๆๆๆๆ  ดูเหมือนนานนะ

อันที่จริงคือมีถารอันใหญ่ยิ่งที่รออยู่  ต้องปลีกตัวไปสะสางซะก่อน 

เดี๋ยวไม่ได้ก้าวเข้ารั้วมหาลัยให้หม่าม๊ากับปะป๊าชื่นใจ  แหะๆๆๆๆ

 

ณ ตอนนี้มีคนมาอ่านให้ก็เป็นบุญแก่เจ๊แล้ว (เป็นบุญเป็นคุณ)

 ขอบคุณทุกๆคอมเม้นเลยน้า ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆ จากใจ จริงๆจร้า

เจอกันใหม่นะ  งวดหน้าจะลงตอนพิเศษให้ด้วย  (ถ้ามีคนอ่านนะ  ฮ่าๆๆๆ)